ขนาดตัวอักษร
=
+
++
» » ผี ใช้โอกาสเปลืองแต่ยังชนะ กุหลาบไฟ 2-0

ผี ใช้โอกาสเปลืองแต่ยังชนะ กุหลาบไฟ 2-0

โพสต์เมื่อ วันที่ 01 พฤศจิกายน 2552 เวลา 06:25 น.

Manchester United

"ปิศาจแดง" ใช้โอกาสสุดเปลือง ก่อนเปิดบ้านเอาชนะ "กุหลาบไฟ" ไปแบบเบาะๆ 2-0 จากลูกยิงของ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ และ เวย์น รูนีย์ ในศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่สุดท้าย ประจำวันเสาร์ที่ 31 ต.ค.นี้ แมนฯ ยู เปิดโอลด์​แทรฟเฟิร์ด รับมือ แบล็คเบิร์น เกมนี้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ "ปิศาจแดง" ใช้บริการของ เวย์น รูนีย์ ล่าตาข่ายกับ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ มี ไมเคิล คาร์ริก ขับเคลื่อนในแดนกลาง เกมรับ จอนนี อีแวนส์ ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟ กับ เวส บราวน์​

ขณะที่ แซม อัลลาร์ไดซ์ กุนซือของ "กุหลาบไฟ" วาง ฟรังโก ดิ ซานโต๊ส ยืนเป็นหอกตัวเป้า โดยให้ เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ ทำเกมสนับสนุน และ เดวิน ดันน์ คอยคุมจังหวะ แนวรับ ได้คริสโตเฟอร์​ แซมบ้า กลับมาประจำการเซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับ ไรอัน เนสัน อีกครั้ง

Manchester United

เริ่มเกมครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดเกมบุกใส่ทันที โดยในนาทีที่ 4 นานี ได้จังหวะเลี้ยงทางริมเส้นฝั่งซ้าย กระชากตัดเข้าใน ก่อนซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลไม่เข้าเป้า หลังจากนั้น ในนาทีที่ 13 อันโตนิโอ วาเลเซีย ได้โอกาสส่งบอล แต่ก็ยังหลุดกรอบเหมือนเดิม

แมนฯ ยู ได้โอกาสใกล้เคียงมากที่สุดของเกม โดบในนาทีที่ 30 วาเลนเซีย โยนเข้ามาหน้าปากประตู ดิมิตาร์​ เบอร์บาตอฟ โหม่งกดลงพื้นเต็มๆ แต่ พอล โรบินสัน ยื่นมือปัดบอลข้ามคานออกไปได้ หลังจากเป็น เบอร์บาตอฟ คนเดิม ตัดสินใจยิงเร็วทันที แต่โดน โรบินสัน ปฏิเสธไว้ได้เช่นเดิม ในนาทีที่ 34

Manchester United

ช่วงท้ายเกม แมนฯยู พยายามอย่างหนักเพื่อควานหาประตูแรกให้ได้ และในนาทีที่ 45 จากจังหวะที่ เวย์น รูนีย์ ประสานงานร่วมกับ เบอร์บาตอฟ ก่อนที่จะเป็น รูนีย์ กระโดดตอกส้นต่อมาให้ หัวหอกทีมชาติบัลแกเรีย ได้ซัดเต็มๆ แต่บอลปลิ้นออกไป หลังจากทำอะไรกันไม่ได้ ผู้ตัดสินเป่าจบเกมครึ่งแรก เสมอกันอยู่ 0-0

เปิดฉากเกมครึ่งหลังมาได้ 10 นาที แมนฯยูไนเต็ด ได้ประตูเปิดซิงสำเร็จ จากจังหวะที่ ปาทริค เอวรา ยิงยัดเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น เบอร์บาตอฟ ได้โอกาสจับบอลด้วยซ้าย ก่อนตวัดยิงวอลเลย์​ด้วยขวา บอลพุ่งเสียบมุมเสาไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 55

Manchester United

ในนาทีที่ 66 แมนฯยู น่าได้ประตูที่สอง เมื่อ กาเบรียล โอแบร์กต็อง ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมา ได้จังหวะวิ่งควบมากับบอลโล่งๆ แต่ตัดสินใจยิงไม่เด็ดขาด โรบินสัน ยืนรับบอลไว้ได้สบาย และเป็นโอกาสทองของ อีกครั้งของ โอแบร์กต็อง ในนาทีที่ 81 จากจังหวะที่ วาเลนเซีย เปิดยัดเข้ามา บอลหลุดมาถึงเขา แต่ดันยิงระยะแค่ 8 หลา หลุดเสาออกไปซะงั้น

อย่างไรก็ตาม แฟนบอลแมนฯยู ก็หายใจหายคอโล่งขึ้น เมื่อมาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จนได้ จากจังหวะที่ อันเดอร์สัน ผ่านบอลจากริมเส้น มายังจุดนัดพบ และเป็น รูนีย์ โฉบวิ่งมาตวัดบอลเข้าเสาไกลไปง่ายๆ ในนาทีที่ 87

Manchester United

ในช่วงท้ายเกม แบล็คเบิร์น ชวดโอกาสตีไข่แตกไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อลูกยิงของพวกเขาโดนผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าไปเสียก่อน ขณะที่ ไมเคิล โอเวน ตัวสำรองของผีแดง ได้ซัดในช่วงทดเจ็บ แต่ก็ถากเสาออกไป หลังจากนั้น ก็ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม แมนฯยู เปิดบ้านเอาชนะ แบล็คเบิร์น 2-0 แซง อาร์เซนอล กลับมาเป็นรองจ่าฝูงอีกครั้ง

รายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-4-2) : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ - จอห์น โอเชีย, เวส บราวน์, จอนนี อีแวนส์, ปาทริช เอวรา - อันโตนิโอ วาเลนเซีย, อันเดอร์สัน, ไมเคิล คาร์ริก, นานี - เวย์น รูนีย์, ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ

ตัวสำรอง : ไมเคิล โอเวน, พอล สโคลส์, ดาร์เรน เฟลทเชอร์, โทมัสซ์ คุซแชค, กาเบรียล โอแบร์กต็อง, ริตชี เดอ ลาเอ็ต, ฟาบิโอ

แบล็คเบิร์น (4-5-1) : พอล โรบินสัน - ปาสกาล ชิมบงดา, คริสโตเฟอร์​ แซมบ้า, ไรอัน เนลสัน, กาเอล กลิเวต์ - เบร็ตต์ อีเมอร์ตัน,เดวิด ดันน์, สตีเวน เอ็นซอนซี, คีธ แอนดรูว์ส, เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ - ฟรังโก ดิ ซานโต๊ส

ตัวสำรอง : เจสัน บราวน์, เบเนดิก แม็คคาร์ธีย์, มอร์เตน กัมท์ส พีเดอร์เซน, ไมเคิล ซัลกาโด, นิโกลา คาลินิช, วินซ์ เกรลลา, เดวิด ฮอลเลตต์